bitcoin ยังน่าลงทุน

สำหรับ 5 เหตุผลที่ Bitcoin ยังน่าลงทุน หลายคนคงมีคำถามในใจจะลงทุนในตลาดนี้ เริ่มเรื่องกันเลยเมื่อในปี 2017 Bitcoin ได้มุ่งสู่จุดสูงสุดด้วยมูลค่า $20,000 หรือประมาณ 6 แสนกว่าบาท ณ เวลานั้น ตลาด Cryptocurrency เฟื่องฟูถึงขีดสุด แต่หลังจากนั้นในปีถัดมาโลกของตลาดแตกต่างไปจากเดิมมาก Bitcoin สูญเสียมูลค่ามากถึงจนมาถึงจุดต่ำสุดที่ประมาณ $3000 สัญญาณเหล่านี้บ่งบอกอะไรบ้าง วันนี้เรามีเหตุผล 5 ข้อที่ Bitcoin ยังน่าลงทุนในปีนี้

1.การยอมรับที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากทั่วโลก

แม้ว่ามูลค่า Bitcoin จะลดลง แต่การยอมรับจากทั่วโลกยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เช่น จำนวนผู้ใช้ Blockchain Ballet ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2018  ยิ่งไปกลัวนั้นปริมาณการซื้อ-ขาย Bitcoin แบบ Peer-to-Peer ที่มากขึ้นอีกด้วย

ด้วยการเปิดตัว Lightning Network การรองรับผู้ใช้งาน Bitcoin เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจาก Lightning Network เพิ่มช่องทางการชำระเงินใหม่ๆ ช่วยให้การชำระเงินเร็วมากๆ และขจัดค่าธรรมเนียมออกไป

2.กฏระเบียบกำลังมาและนั่นเป็นสิ่งที่ดีในการดึงดูดนักลงทุน

การอภิปรายเกี่ยวกับกรอบการกำกับดูแลทั่วโลก สำหรับสินทรพย์ดิจิตอลในการประชุม G20 ในปี 2018 แสดงให้เห็นว่าผู้ร่างกฏหมายและหน่วยงานกำกับดูแลทางการเงินมีความกระตือรือร้นมากขึ้นในการสร้างความมั่นใจ การซื้อ-ขาย สินทรพย์ดิจิตอล

ตลาดสินทรัพย์ดิจิตอลที่มีการควบคุมจะดึงดูดนักลงทุนรายย่อยให้เข้าร่วมมากขึ้นและจะให้ตราประทับการอนุมัติที่จำเป็นมากสำหรับนักลงทุนสถานบัน เช่น กองทุนรวม บริษัท และอื่นๆ ที่ต้องการลงทุนในสินทรัพย์

เนื่องจาก KYC / AML กำลังดำเนินการตรวจสอบการแลกเปลี่ยนทั่วโลกและหน่วยงานกำกับดูแลกำลังเริ่มกำหนดกรอบการขายโทเค็นอย่างช้าๆ เราสามารถคาดหวังการกำกับดูแลและบังคับใช้กฎระเบียบเพิ่มเติมในปี 2019 ซึ่งอาจเป็นประโยชน์สำหรับ Bitcoin และระบบนิเวศน์ของเหรียญมีความปลอดภัยมากขึ้น

3.Wall Street เข้าสู่ Crypto

เมื่อปีที่แล้ว Fidelity ,Nasdaq และ Intercontinental Exchange (ICE) ประกาศแผนการที่จะเปิดตัวข้อเสนอการซื้อขายสกุลเงินดิจิตอลสำหรับนักลงทุนสถาบันในปี 2019

สิ่งที่น่าสังเกตมากที่สุดคือ Bakkt ซึ่งเป็น บริษัทร่วมทุนใหม่ของ ICE คาดว่าจะผลักดันให้บริษัทใน Wall Street มากขึ้นในการซื้อขาย Bitcoin เนื่องจากแพลตฟอร์มการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิตอลที่วางแผนไว้จะเปิดตัวพร้อมอนุพันธ์และบริการการดูแลสินทรัพย์อีกด้วย

4.นักพัฒนากำลังพัฒนา Bitcoin อย่างต่อเนื่อง

นักพัฒนา Bitcoin กำลังทำงานอย่างต่อเนื่องในการปรับปรุงเครือข่าย Bitcoin เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการขยายของมันเพื่อเพิ่มคุณสมบัติการเพิ่มความเป็นส่วนตัวและเพื่อเปิดใช้งานฟังก์ชั่นอื่นๆ เช่น Smart Contract

การเปิดตัว Lightning Network และ Liquid Network ในปี 2018 เป็นข้อพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของนักพัฒนา Bitcoin ต่อการพัฒนาในเชิงบวกขึ้นไปอีกเรื่อยๆ

5.Bitcoin ยังทำราคา All-Time High ได้

หากคุณย้อนอดีตของราคา bitcoin แม้ราคาจะร่วงต่ำมาหลายรอบ ทำให้เกิดการทำนายจากสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เว็บไซด์ยักษ์ใหญ่ ข่าว คอมมูนิตี้และอื่นๆ ได้บอกว่า Bitcoin นั้นตายแล้ว อย่างไรก็ตามมันก็ยังทำจุดสูงสุดได้เสมอ

อยากเช่นในอดีตในปี 2011 ราคาของมันไปแตะที่ $30 การแลกเปลี่ยนได้รับความนิยมถึงขีดสุดในเวลานั้น หลังจากนั้น Mt.Gox ถูกแฮ็คทำให้ราคาร่วงเหลือเพียง $2 ก่อนจะฟื้นตัวกลับอีกครั้งในปีต่อมา

ในปี 2013 ราคาของมันมาแตะที่ระดับ $260 ก่อนที่ปริมาณการซื้อขายจะเพิ่มมากกว่า 50% ภายในไปกี่ชั่วโมง แต่ก็เกิดปัญหาเมื่อ Mt.Gox ไม่สามารถจัดการปริมาณซื้อขายที่เพิ่มในเวลาอันรวดเร็วและถูกโจมตีด้วย DDos แม้ความเชื่อมั่นนักลงทุนจะลดลง แต่มันก็ใช้เวลาเพียง 7 เดือนในการทำจุดสูงสุดของราคาอีกครั้ง

ต่อมาในช่วงปลายปี 2013 มันได้ทะยานสู่มูลค่า $1,000 เป็นครั้งแรก แต่ราคาก็ค่อยๆ ร่วงลงมาต่ำสุดอยู่ที่ $175 และอีก 2 ปี ให้หลังเมื่อต้นปี 2017 มูลค่าของมันได้กลับมาที่ระดับ $1,000 อีกครั้ง และหลังจากนั้น มันได้ทำราคาสูงสุดที่ $20,000

จากข้อมูลราคาในอดีตชี้ให้เห็นว่า Bitcoin ในปัจจุนั้นราคายังยืนสูงกว่าอดีตด้วยซ้ำ ด้วยเหตุผลต่างๆ ที่ มันยังยืนหยัดอยู่ได้และการใช้งานที่เพิ่มอย่างต่อเนื่อง สุดท้ายไม่มีใครบอกได้มันอาจจะใช้เวลาอีกเท่าไหร่เพื่อจะกลับไปมีมูลค่าสูงสุดอีกครั้ง